เรากำลังทำงานเพื่อชีวิตหลังเกษียณกันอยู่หรือเปล่า?

พอดีได้ไปเห็นภาพบน FB แล้วนึกถึงหนังสือที่กำลังอ่าน
เรื่องการมีชีวิต 100 ปี แล้วสะท้อนเรื่องนี้ตรงๆ เลย
หนังสืออธิบายว่า เราจะต้องทำงานมากขึ้นเพียงใด
เพื่อจะใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ (เพราะมนุษย์อายุยืนขึ้น)

ไอ้เรื่องวิธีการในหนังสือนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี
แต่เรื่องที่มันน่าสนใจคือ
เหมือนเราเกิดมาทำงานเพื่อไปใช้ชีวิตตอนเกษียณ
รู้สึกขัดใจกับแนวคิดนี้ชะมัด

Continue reading

คุณค่าของงาน ขึ้นอยู่กับมุมมองที่เรามีต่องาน

ถ้างานทำแล้วเป็นสุข แม้จะเยอะและยากเพียงใด หรือต่อให้อยู่นอกเวลาทำงาน คนก็ยินดีทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ถ้างานทำแล้วเป็นทุกข์ ต่อให้จะน้อยและง่ายเพียงใด ต่อให้อยู่ในเวลาทำงาน คนก็ฝืนใจทำบ่นโอดครวญไม่อยากทำ

ปัญหาคือบางงานมันจะมาเราเลือกไม่ได้ มันจำเป็นต้องทำ ก็ต้องมีใครบางคนต้องทำ

โชคดีที่ความสุขความทุกข์เป็นเรื่องของมุมมอง อย่างน้อยเราสามารถควบคุมปรับมุมมองที่มีต่องานได้ด้วยตัวเราเอง

ความจริงก็แค่หยุดตีโพยตีพาย แล้วมาคิดพิจารณา เลือกมองงานในมุมมองที่สร้างสรรค์ หาทางทำให้มันสนุก มองถึงโอกาสในการเรียนรู้ ทำมันเพื่อพัฒนาตนเอง เพียงเท่านี้ทุกงานก็จะออกมาดี เป็นผลงานที่มีคุณค่า คนทำก็จะมีความสุข อนาคตก็มีแต่จะเติบโต

พูดง่าย แต่ทำยาก สุดท้ายถ้าหนีไม่พ้น ยังไงก็ต้องทำ แล้วจะมัวจมกองทุกข์อยู่กับมุมมองแย่ๆ เพื่ออะไร

ที่น่ากลัวไม่ใช่การต้องทำงานที่ไม่ชอบ
ที่น่ากลัวคือการไม่มีงานทำต่างหาก

ผลึกความคิดที่ได้จากหนังสือ เราทุกคนล้วนมีร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ (Into The Magic Shop)

สมองรู้อะไรมากมาย แต่ความจริงอันเรียบง่ายก็คือ
สมองยังรู้อะไรได้อีกมากเมื่อทำงานร่วมกับหัวใจ

ในปัจจุบันนี้เราได้เรียนรู้ว่าสมองเป็นกลไกการทำงานหลักเกี่ยวกับความคิด
ช่วยตัดสินใจเรื่องต่างๆ ช่วยควบคุมส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ส่วนหัวใจทำงานเป็นแค่อวัยวะที่คอยสูดฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด มนุษย์เรากลับแทนความรู้สึกต่างๆ ว่าเป็นเรื่องของหัวใจ
หรือความจริงแล้ว สมองและหัวใจจะมีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ่งกันมากกว่าที่เราคิด

หนังสือเล่มนี้เล่าถึงประวัติของประสาทศัลยแพทย์ (หมอผ่าตัดสมอง) คนซึ่ง
ซึ่งเคยเป็นเด็กชายที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจนและมีปัญหาที่สุด
แต่โชคดีได้พบกับผู้หญิงผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ผู้ซึ่งรู้จักสุดยอดกลวิเศษ และถ่ายทอดให้กับเขา
กลที่ว่านั้นจะช่วยให้ผู้ที่ใช้เป็นสามารถได้สิ่งที่ต้องการ และกลนี้เป็นกลที่เกี่ยวกับการใช้หัวใจ

Continue reading

ตกผลึกความคิดจากหนังสือ ชีวิตไม่ติดกับ กำจัด 7 กับดักขวางความสำเร็จ

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความตกผลึกความคิดจากหนังสือของผมเอง spicydog

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมเข้าช่วงลำบากของชีวิตนิดหน่อย เล่นเอามุมมองความคิดเขวไปหมด แฟนผมก็เลยแนะนำหนังสือเล่มนึงมาให้ผมอ่านเพื่อเติมพลังใจ นั่นก็คือเรื่อง ชีวิตไม่ติดกับ กำจัด 7 กับดักขวางความสำเร็จ (Trap Tales : Outsmarting the 7 Hidden Obstacles to Success) ที่จะมาเล่าให้ฟังวันนี้นั่นเอง

หนังสือเล่มนี้ชี้ให้เห็นถึง 7 กับดักการชีวิตยอดฮิต ที่คนมักจะติดกัน แล้วกลายเป็นอุปสรรคฉุดรั้งความสำเร็จ ที่เขาเรียกเป็นกับดักนั้นก็เพราะว่า ลักษะของมันไม่แสดงตัวว่ามีพิษมีภัยอะไร แต่เมื่อเราพลาดเข้าไปติดแล้ว ก็จะวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าติดกับอยู่ กว่าจะปรับเปลี่ยนนิสัยที่มีปัญหาได้ ก็อาจจะทำให้เสียเงิน เวลาเสีย เสียความรู้สึก จนไปถึงสูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีไป ซึ่งในหนังสือก็ได้แนะนำและอธิบายซะจนเห็นภาพ ชี้ให้คอยสังเกต คอยระวัง ชี้แนวทางการแก้ปัญหา ไปจนถึงวิธีการเอาไปใช้งานจริงและส่งต่อความรู้ด้วย

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ผมอ่านดูแล้ว นอกจากจะได้คำเตือนสติต่างๆ แล้ว ยังได้มอบพลังบวกออกมาให้ด้วย จนในที่สุดผมก็เริ่มกลับมาปรับการใช้ชีวิตให้เข้าที่เข้าทางอย่างเดิมได้สำเร็จ

เนื่องจากผมเองก็อยากจดบันทึกสรุปเนื้อหาที่ได้จากหนังสืออยู่แล้ว ก็เลยถือโอกาสเขียน Blog แบ่งปันความรู้ในหนังสือเล่มนี้เสียเลยละกัน แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ขออนุญาตเอานำประสบการณ์และมุมมองของตัวเองใส่เข้าไปประกอบด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองวิธีคิดกัน

เราอย่ามัวแต่อารัมภบทอยู่เลย เริ่มเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่าครับ 🙂

Continue reading