23 สิงหาคม วันแห่งความสำเร็จที่ต้องทุ่มสุดตัว

วันนี้เป็นวันที่ค่อนข้างจะบ้าระห่ำ แต่ทำอะไรก็สำเร็จเช่นกัน จึงอยากจะจดบันทึกเอาไว้

เรื่องเกิดตั้งแต่ขับรถออกไป ม. เพื่อจะไปส่งเล่มวิทยานิพนธ์ที่แก้ไขเสร็จแล้ว ความจริงต้องซื้อแผ่น CD ก็เลยเข้า 7-11 หน้าคอนโด ปรากฏว่าไม่มีขายซะงั้น จำได้ว่าปรกติ 7-11 จะมี CD ขาย ก็ช่างมัน ต่อมาระหว่างขับมอเตอร์ไซค์ตลอดทั้งทางก็เจอทั้งรถเบียด ติดไฟแดงอย่างนาน ขับตามรถควันดำบนถนนที่แซงไม่ได้ เจอรถสิบล้อขวางบนถนนเล็กๆ ที่โค้งเยอะ แต่สุดท้ายก็ไปถึง ม. ได้โดยสวัสดิภาพ

พอถึง ม. ก็มี 4 งาน หลักๆ ที่ต้องทำ ได้แก่ ซื้อ CD หรือปริ้นเล่มต้นฉบับ จากนั้นจึงเอาแผ่นไปเบิร์นแล้วส่งภาควิชา อีกแผ่นส่ง ม. ตัดสินใจจอดรถตรงภาคคณิตศาสตร์หวังว่าจะเดินไปสหกรณ์ได้ไม่ไกลเพื่อไปซื้อ CD ปรากฏว่าตึกสหกรณ์กำลังถูกทุบก่อสร้างใหม่ ไอ้ผมก็ไม่รู้นึกว่าเขากันรอบๆ ล้อมไว้เฉยๆ ก็เลยพยายามเดินอ้อมไปสหกรณ์ แล้วก็พบว่า เอ่อ นี่เราโง่ละ สุดท้ายก็เลยเดินอ้อมกลับมาอีกเพื่อไปร้านถ่ายเอกสารหน้าตึกฟิสิกส์ ทีแรกก็ฉลาด (เกิน) อัพโหลดเล่มที่เป็น PDF ขึ้นเว็บตัวเอง หวังจะไม่ต้องใช้ Flash Drive เสียบคอมร้านถ่ายเอกสารให้ต้องเสี่ยงติดไวรัส ปรากฏว่าเน็ตตรงนั้นแม่งเป็นบ้าอะไรไม่รู้ scp ช้ามาก รอนานมากจนรอไม่ไหว ส่งเข้าไปทาง BtSync อีกทาง นั่งรอสองทางแข่งกัน สุดท้ายเสร็จพร้อมกัน ลองโหลดกลับมาก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา ต่อมาก็ไปที่ร้านมีคอมสองเครื่อง เครื่องแรกสภาพแย่มากใช้การไม่ได้ อีกเครื่องก็สภาพแย่ IE ค้างอยู่ไม่รู้เป็นบ้าไร สุดท้ายต้องเปิดขึ้นมา Kill Process และเข้าใช้งานได้สำเร็จ เปิด Chrome ขึ้นมาแทนทันใด แล้วก็พบว่า เน็ตแม่งใช้ไม่ได้ครับ ก็เลยต้องเอา Flash Drive มาเสียบอยู่ดี ก็เสียบก็เสียบ ถามคนเฝ้าร้านเรียบร้อยปริ้นเครื่องไหนอะไรยังไง หน้าที่เป็นสีก็ปริ้นสี หน้าที่เป็นขาวดำก็ไปเครื่องขาวดำ ปริ้นเสร็จจ่ายเงินเรียบร้อยก็หลบมานั่งข้างๆ ร้านเอาเล่มรวมกัน แล้วก็เห็นว่าหน้าที่มันออกมาจากเครื่องขาวดำมันมาจุดดำๆ บนกระดาษ ก็เลยถามเจ้าของร้าน เขาก็บอกว่าทีหลังจะปริ้นวิทยานิพนธ์ต้องบอก เพราะจะต้องปริ้นอีกเครื่อง (ซึ่งก็คือเครื่องสีนั่นเอง) ก็เลยถามราคา เขาก็บอกว่าคิดราคาเท่ากัน (เฮ้ย แล้วจะแยกทำไรเนี่ย) ก็เลยกลับมานั่งใหม่ สั่งปริ้นมันทั้งเล่มเลย ขี้เกียจละ ปรากฏว่าปริ้นไม่ได้ซะเฉยๆ ขึ้น Error ด้วยเหตุใดไม่ทราบ เดาว่าอาจจะ Buffer เกินก็เลยค่อยๆ ลด page ลง สุดท้ายปริ้นแผ่นเดียวก็ยังไม่ออก คนแม่งก็เต็มร้านเกรงใจคนดูร้าน สุดท้ายก็จำเป็นต้องเรียก เขาก็มาดูคอมให้แล้วก็มาสั่งปริ้นใหม่ก็สั่งได้ แล้วก็ได้จ่ายเงินไปอีกรอบ เสียตังฟรีไป แต่ก็คิดไว้ว่าเดี๋ยวจะเอาไปให้พี่ที่ดูแลเด็กที่ภาคเก็บไว้เป็นตัวอย่างก็ละกัน

หลังจากจบจากร้านถ่ายเอกสารก็เดินทางไปซื้อ CD ที่สหกรณ์ใต้โรงอาหาร ตอนจะเปิดประตูแม่งมาเด็กเดิมาจากไหนไม่รู้จากในร้านเดินมาตรงประตูแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ เกือบจะพลาดผลักประตูไปชนละ ยังดีเห็นทันดึงแทน เดินเข้าไปในร้านก็หยิบมาเลย 4 แผ่น สำรองด้วย 2 แผ่นเผื่อพลาด ทีนี้มีกล่องกับมีซอง เอามาอย่างละ 2 ละกัน เผื่อไว้อีกเช่นเคย บางทีเสียเงินไม่กี่สิบบาทกับการต้องเดินทางมาซื้อใหม่เสียเวลาครึ่งชั่วโมง การยอมเสียเงินย่อมคุ้มกว่า (ใครบอกเงินซื้อเวลาไม่ได้) ตอนจะจ่ายเงินมีเด็กคนนึงที่เค้าเตอร์ น่าจะเป็นลูกของคนเก็บเงิน ทีแรกนึกว่าไว้ใจได้ก็เอาแผ่น CD วางลงไป ปรากฏว่าแม่งเอานิ้วมาไถบนแผ่นเลยครับ แหมกูนี่ช็อคเลย แต่ไม่เป็นไรยังอยู่ในร้าน สุดท้ายเลยเอาแผ่นนั้นไปเก็บเปลี่ยนแผ่นใหม่มาแทน (งานนี้ต้องมีคนซวย) คิดเงินเรียบร้อยออกจากร้านไปภาควิชา

ถึงภาควิชาผ่านลิฟท์ชุดแรก ปรากฏว่ากำลังเดินทางขึ้นไปทั้งคู่ถ้ารอคงจะยาว เลยเดินข้ามไปขึ้นอีกฝั่งก็อยู่ข้างบน (ต้องรอเหมือนเดิม) สุดท้ายก็ได้ขึ้นไป เข้าห้องเรียบร้อย เจอพี่ที่ดูแลที่ภาคก็มาขอใช้คอมเบิร์นแผ่นตามที่เคยบอกไว้ ก็คุยกับพี่เขาว่าวันนี้ดวงผมซวยๆ นะ ก็คุยกันขำๆ แล้วผมก็หยิบ Flash Drive มาเสียบ จากนั้น Blue Screen ของ Windows 10 ก็โผล่ขึ้นมา มันจะอะไรขนาดนี้ฟระ สุดท้ายก็ต้องเปิดเครื่องใหม่ซึ่งไม่รู้ทำไมมันนานนัก ก็ช่างมัน พอเปิดได้ก็หาทางส่งไฟล์เข้า นึกขึ้นได้ก็เลยอัพไฟล์ขึ้นเว็บไปซะ รอบนี้ไวละ โหลดลงมา เขียนแผ่นเรียบร้อย จากนั้นก็ออกจากภาควิชาประมาณ 11:45 ซึ่งคนรับเล่มที่ ม. เขาพักเที่ยง 12:00 ไม่เสี่ยงครับ ไปกินข้าวก่อนก็ได้

ตอนสั่งข้าวกินไม่ได้มีปัญหาอะไร กินเสร็จขับรถไปหอสมุดนั่งรอเวลา จากนั้นก็เตรียมเอกสารให้พร้อมส่ง ความจริงเหมือนเป็นการตัดสินใจถูกที่มาหยุดเช็คเอกสารที่ตรงนี้ก่อน ทำโน่นนี่นั่นนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ถึงเวลา 13:00 ขึ้นไปส่งเล่มที่ชั้น 5 เจอประเด็นว่ากล่อง CD ต้องมีปกด้วย ยังดีพี่ๆ ที่นั่นใจดีมีคอมและปริ้นเตอร์ให้ใช้ ระหว่างพี่เขานั่งตรวจเล่มก็ชี้ให้ดูว่าเขียน  cite ไม่ได้อยู่ 2 รายการนะครับ เพราะว่าเป็นงานเก่า (แต่ใครๆ ก็อ้างถึงกัน) แต่ผมอ้างต่อมาจากงานอื่นอีกที ทีแรกผมได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วล่ะว่ามันไม่มีปัญหา เขาก็ทำกันปรกติ ซึ่งผมก็เห็นว่ามันเป็นเช่นนั้นจึงทำไป แต่พี่ที่ตรวจเขาไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ทีแรกก็พูดแบบเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ถามไปถึงอาจารย์ว่าเขาโอเคหรอ ผมก็บอกว่าถามอาจารย์มาแล้ว เขาก็หายไปสักพัก (ตรวจเล่มของคนอื่นต่อ) สุดท้ายก็ได้คุยกันลงตัวว่า งั้นก็ไม่เป็นไร ถ้าอาจารย์โอเคก็โอเค ผมก็เลยถือโอกาสถามต่อไปเลยว่าแล้วปรกติเขาทำยังไงกัน เขาก็บอกว่าปรกติก็จะพูดอ้างต่อๆ กันไป โดยที่ไม่ต้องอ้างถึงต้นทางจริงๆ ผมก็เข้าใจนะประเด็นนี้ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เหมือนมันจะมีคนที่ไม่ได้เครดิตยังไงไม่รู้ ผมอาจจะเข้าใจการเขียน Reference ผิดไปเองก็ได้ ครั้งหน้าต้องระวัง แล้วก็กลับไปนั่งทำปก CD ต่อ ทีแรกเอาไม้บรรทัดวัดแล้วก็กำหนดขนาดลงไปใน MS Word แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบพี่แกปริ้นออกมาขนาดไม่ตรงตามที่วัด (เกินจะไม่ว่าเลย นี่ดันขาด) สุดท้ายก็เลยต้องทดขนาดขึ้นไปเองแล้วปริ้นใหม่ อย่างไรก็ดี สุดท้ายก็ส่งเล่มเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์

ขั้นตอนต่อมาคือการไปทำปก ใน ม. ก็มี นอก ม. ก็มี ผมคิดว่าใน ม. ไม่ค่อนจะน่าไว้ใจละเพราะว่าตอนเราปริ้นงานยังแปลกๆ เลย ก็เลยไปเสี่ยงเอาหน้า ม. (ซึ่งก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย) เข้าร้านแรกไปถามบอกว่าไม่รับทำปก (ทีแรกนึกว่าจะทำกันทุกร้านซะอีก) ต่อมาเข้าไปร้านที่ 2 เข้าไปถึงก็ถามรับทำเล่มวิทยานิพนธ์ใช่ไหม ทีแรกแม่งก็ทำหน้างงๆ ผมก็ถามใหม่ ที่ต้องทำปกสีสมๆ มันก็บอกว่าใช่ แล้วก็นิ่ง ก็เลยถามว่าราคาเท่าไหร่ มันก็บอกเล่ม 200 ได้วันศุกร์ ผมก็แล้วต้องเอาอะไรให้บ้าง มันก็บอกว่าไฟล์ MS Word หน้าปก ผมก็เปิดคอม Copy ไฟล์ใส่ Flash Drive จะส่งให้มัน แล้วมันก็คุยกับคนในร้านเรื่องผู้หญิงผู้ชาย (มันในร้านนี่เป็นผู้หญิง 3 คน) แบบว่าไม่เกรงใจลูกค้าเลย พอ Copy ไฟล์เสร็จผมก็ลุกขึ้นยืนมองหน้ามัน มันก็คุยของมันไม่สนใจผม สุดท้ายผมก็เลยบอกว่างั้นเดี่ยวผมกลับมา แล้วก็เดินออกจากร้านแม่งเลย โมโหมาก มึงแม่งเหี้ยมากไม่รับลูกค้าเลย กลัวมีงานเยอะขึ้นรึไง งี้ไม่ต้องหวังได้เงินจากกูหรอก เดินไปอีกร้านนึง ร้านเข้าไปถามร้านนี้ต้องรับดีมาก แต่เล่มละ 400 บาทถ้าจะเอาวันศุกร์ แถมบอกว่าวันศุกร์อาจจะไม่เสร็จทันอีกต่างหาก ต้องเร่งให้ แต่ทำ 4 เล่มเขาก็เลยลดให้เหลือ 350 บาท อย่างไรก็ดี สุดท้ายร้านนี้เขาให้คำแนะนำ มานั่งถามข้อมูลอย่างดีเยี่ยม เรียกว่าโอเควะ ยอมจ่ายอะ ดีกว่าไอ้ร้านแรกมากๆ สุดท้ายโดนไป 2081 บาท จ่ายไปก่อน 1000 บาท (หารดูแล้วสุดท้ายตกเล่มละ 500 กว่าบาท อย่างแพง) ความจริงเล่มต้นฉบับ ม. บอกว่าไม่ต้องอัดกาว แต่เขาก็ยังคิดผมเท่าราคาที่อัดกาว แต่ก็ไม่อยากอะไรมาก ขอให้ทำให้เสร็จวักศุกร์ตอนเช้าเป็นพอ รอบนี้จะเป็นการยอมจ่ายเงิน เพื่อที่จะไม่ต้องรอรับปริญญาข้ามปี คุ้มแน่รับรอง เสร็จแล้วก็กลับไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วก็ขับกลับไปทำงานตอนเกือบบ่าย 3

ระหว่างมีถึงออฟฟิศก็จัดเต็มเช่นเคย รถเยอะ รถติด ไฟแดง ด่านตำรวจ เอาให้ครบ พอมาถึงที่ออฟฟิศก็มีความสุขดีนั่งทำงานต่อ ระหว่างทางก็เจออุปสรรค (ซึ่งมองว่าเฉยๆ เพราะเขียนโปรแกรมก็เจอปัญหาต้องแก้อยู่ทุกวัน) สุดท้ายก่อนจะเลิกงานเขียนสำเร็จซะงั้น แล้วก็ไปคุยกับน้องฝึกงานนิดหน่อยก่อนกลับ จากนั้นก็กลับซึ่งมองออกไปฟ้าอย่างดำ ไม่รอดหน้า ลงลิฟท์ไปข้างล่างฝนเริ่มตกนิดนึง โทรถามแฟนว่าเฮ้ยเอาไงฝนจะตกแล้ว แฟนบอกว่าฝ่ามาเลย จะกินข้าวด้วย น้ำตาตกใน สุดท้ายก็ใส่เสื้อกันฝนขับมอเตอร์ไซค์กลับห้อง ฝนก็ตกแรกขึ้นเรื่องๆ และแน่นอนครับ รถติดนรกมาก เพราะปรกติมันก็ติดอยู่แล้ว นี่ฝนยังตกอีก เละเทะมาก ใครอยู่บนท้องถนนวันที่ 23 สิงหาคม คงเข้าใจดี สุดท้ายกลับมาห้องถอดเสื้อผ้า ซักเลยครับ แล้วก็อาบน้ำล้างซวยอย่างไว แล้วความซวยก็จบลงเพียงเท่านั้น

ความจริงวันนี้เป็นวันที่ดีวันนึงนะ เพราะถึงแม้จะเจออุปสรรคมากมาย แต่ก็ต้องบอกว่าฝ่าฟันและประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่ตั้งใจเลย อาจจะเสียเวลา เสียเงิน มากไปหน่อย แต่ก็สำเร็จล่ะ ถ้าเจอแบบนี้ทุกวันคงแกร่งแน่นอน ขำๆ