เขียน Diary ด้วย Evernote สมุดจดบันทึกที่ค้นหาและทำสถิติได้

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแบ่งปันประสบการณ์การจดบันทึกประจำวันกัน ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะจด Diary กันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว และหลายๆ คนก็พยายามจะเริ่มจดกันอยู่ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้จดได้ก็มีมากมายหลายตัว ผมก็ได้ลองมาเกือบสิบตัวละ แต่ช่วงหลังมานี่ผมอยากใช้ประโยชน์จากการจด Diary ในหลายแง่มุมมากขึ้น จึงพยายามหาเครื่องมือที่ไม่ใช่แค่จด แต่ใช้เพื่อค้นหา ใช้ทำสถิติ และเหมาะกับ Life Style ของตัวเองด้วย แล้วในท้ายที่สุดก็มาลงเอยกับ Evernote โปรแกรมจดบันทึกยอดนิยม ที่พักหลังมานี่ฟีเจอร์เริ่มจะเยอะไปจนคนเลิกใช้กันไปหลายคน แต่กลับเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานกับการจด Diary จากที่ผมลองใช้มา ทำไมผมถึงมาเริ่มจดบันทึกทุกวัน การจดบน Evernote ดีกว่าโปรแกรมอื่นอย่างไร แล้วจะต้องจดอย่างไร เราอย่ารอช้า มาหาคำตอบกันเลยดีกว่า 🙂


การเขียน Diary ทุกวัน มีประโยชน์อย่างไร?

ได้ทบทวนเพื่อพัฒนาตัวเอง

ข้อนี้เป็นเหตุผลหลักในการเขียน Diary ทุกวัน เนื่องจากความคิดของเราเปลี่ยนไปตามจังหวะการใช้ชีวิต การหมั่นบันทึกวิธีการคิดอยู่เรื่อยๆ แล้วได้กลับมาทบทวน จะทำให้เรามองเห็นตัวเอง มองเห็นช่องโหว่ มองเห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลอย่างมากในการเข้าใจตัวเอง และนำไปสู่วิธีการพัฒนาตัวเองที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการจดบันทึกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการพัฒนาตนเอง

เตือนความจำ บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ชีวิตคนเราวันๆ เจออะไรมากมาย น้อยคนจะจำได้ว่า วันไหน เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น วันไหนเราไปเจอใคร วันไหนใครรับปากเรา หรือเรารับปากใครไว้ว่าอย่างไร ยิ่งนานจะยิ่งเลือนลาง ถึงแม้มันจะเป็นการจดของเราเอง เอาไปใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายไม่ได้ แต่มันก็ดีกว่าที่เราจะไม่บันทึกเอาไว้เลย โดยเฉพาะการที่เราไปรับปากคนอื่นเอาไว้แล้วอาจจะลืม (เพราะการรักษาคำพูดเป็นหัวใจของการมีความน่าเชื่อถือ) อย่างน้อยเวลาโดนทักก็จะได้มาเปิดดูให้เป็นที่ประจักษ์ และแก้ข้อกังขาได้อย่างเหมาะสม

ระบายความอัดอั้นตันใจ

คนเราพอโตขึ้น ยิ่งต้องเจอเรื่องไม่พอใจมากขึ้นเป็นธรรมดา (แต่ก็ต้องอดทนให้ได้) นอกจากนั้นบางคนอยู่ในตำแหน่งที่ต้องแสดงความเข้มแข็งอยู่ตลอด การแสดงความคิดบางอย่างออกไปจึงอาจจะไม่เหมาะสม แล้วก็เลยต้องเก็บงำเอาไว้คนเดียว ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพจิตสุดๆ เมื่ออารมณ์มีเข้ามา ก็ควรต้องหาทางออกให้มัน การเขียน Diary ระบายมันออกมาก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดี เพราะทำไปแล้วสบายใจขึ้น และไม่ไปเดือดเนื้อร้อนใจผู้อื่น

ฝึกวินัยในตัวเอง

การมีวินัยคือการสามารถบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่รู้ว่าควรทำแต่ไม่อยากทำได้ แล้วมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การบังคับใจตัวเองให้สำเร็จบ่อยๆ มันเหมือนกับการออกกำลังกายจิตใจของเราให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เป็นการฝึกทำลายกำแพงในใจ การที่เราต้องมาจดบันทึกทุกวัน มันย่อมมีวันที่เราเหนื่อย ไม่อยากทำเลย รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรจะเขียน (ความรู้สึกเหนื่อยก็เขียนลงไปได้) ดังนั้นมันจึงเป็นหนึ่งในการฝึกวินัยที่ดียิ่ง

พัฒนาทักษะ​การใช้ภาษา

บางคนอาจถือโอกาสในการจดบันทึกทุกวันในการฝึกทักษะการเขียน หรือไปไกลกว่านั้น เราอาจจะเลือกจดเป็นภาษาที่สองหรือสาม เพื่อใช้ในการฝึกใช้ภาษาที่เราต้องการเรียนรู้ไปในตัว เพราะเราจะเขียนให้ตัวเองอ่านอยู่แล้ว จึงไม่สำคัญว่าเราจะเขียนเป็นภาษาอะไร ตราบใดที่ตัวเองยังกลังมาแล้วอ่านออก


ปัญหาจากการเครื่องมือที่ใช้จด Diary ทั่วไป

เนื่องจาก Diary ถูกจดทุกวัน พอเวลาผ่านไปเป็นปี กลับมาดูอีกครั้งจะเห็นว่ามันจะเยอะไปหมด การจะกลับมาหาเหตุการณ์ที่ต้องการจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นทางที่ดีเราจึงควรจดบนเครื่องมือที่ช่วยจัดการที่ดี เพื่อที่จะได้สามารถเอาสิ่งที่จดเอาไว้กลับมาใช้งานได้ในภายหลัง


เขียน Diary บน Evernote ดีอย่างไร?

  • เรียงลำดับตามวันที่ ทั้งไป ทั้งกลับ ได้หมด หรือจะเรียงลำดับท่าอื่นก็ยังได้
  • ค้นหาได้ทันทีทันใด นึก Keyword ได้ ก็พิมพ์ลงไปเลย
  • ติด ​Tag ได้ เอาไว้แยกหมวดหมู่ ค้นหาตาม Tag ได้ แล้วยังใช้ทำสถิติได้ด้วย
  • ใส่อะไรลงไปใน Note ก็ได้ รูปภาพ ไฟล์ เสียง วีดีโอ ใส่ลงไปได้หมด
  • ใช้งานบนมือถือ​ได้ ทำให้จะเขียนที่ไหนก็ได้เมื่อพร้อม
  • มี pin code เพิ่มความปลอดภัย​ ห้ามคนอื่นเข้ามายุ่งในพื้นที่ส่วนตัวของเรา
  • Import ​/ Export ได้ ถ้าจะไว้ที่อื่นจะย้ายโปรแกรมก็เขียน XML แล้ว Import เข้ามารวดเดียว​ได้เลย และถ้าอยากจะย้ายออกก็ Export ได้เช่นกัน ไม่ต้องกลัว Evernote หายไปแล้วสิ่งที่บันทึกไว้จะหายตามไปด้วย
  • ใช้งานได้ฟรี มีข้อจำกัดว่าใช้งานได้ 2 อุปกรณ์ (ของผมพอดี) แล้วก็อัพโหลดได้เดือนละ 60 MB ถ้าอยากทะลุข้อจำกัดก็เดือนละ 100 บาท ซึ่งไม่ได้แพงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้กลับมา
  • นอกจากจะเอามาจด Diary แล้วก็เอาไปใช้งานจดอย่างอื่นได้ด้วย เรียกว่าแอปเดียวครอบคลุมหลายอย่าง

วิธีการใช้ Evernote จด Diary

ตัวอย่างหน้าตาการจดบันทึกบน Evernote

ตั้งชื่อหัวเรื่องด้วยวันที่และเหตุการณ์สำคัญ

การตั้ง Title ให้ขึ้นต้นด้วยรูปแบบ ปี เดือน วัน (yyyy-mm-dd) เพื่อที่จะให้มันสามารถเรียงลำดับตามตัวอักษรได้ แล้วตามด้วยกิจกรรมเด่นของวัน แบบว่าอ่านทีเดียว แล้วนึกออกเลย จะช่วยให้เวลามาตามหาทำได้ง่าย

เขียนเนื้อหาให้ใส่ Keywords ที่มีโอกาสกลับมาค้นลงไปด้วย

ตัวเนื้อหาอยากจะเขียนอะไรก็เขียนลงไปได้เลยครับ ของผมมักจะเขียนเป็นรูปแบบ timeline เจออะไรบ้างตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน พยายามใส่ keyword ที่เรามีโอกาสกลับมาค้นลงไปด้วย สามารถใส่ตาราง จัดฟอร์แมต​ ใส่รูป ใส่ไฟล์​อะไรก็ได้ตามใจชอบ

สิ่งที่ผมมักจะใส่ลงไปด้วย แต่ไม่ได้เป็นเรื่องราว ก็คือพวก slip ต่างๆ วันไหนไปซื้ออะไรที่แพงๆ หน่อย ถ่ายรูปส่ง slip เข้าไปใน note ด้วย เวลาต้องการจะใช้งานก็จะหาเจอได้อย่างรวดเร็ว

ติด Tag ให้ Diary ช่วยให้เราสามารถทำสถิติวิถีการใช้ชีวิตได้

เขียนเสร็จ​อย่าลืมติด tag ลองตั้งหมวดหมู่ที่เราสนใจเป็นภาษาอังกฤษ​ เช่น sick meetup saving election อะไรก็ว่าไป รวมไปถึงชื่อคน ชื่อกลุ่มต่างๆ ที่ไปพบเจอด้วย เวลาติดไปแล้ว จะทำให้เราสามารถแบ่งหมวดหมู่ของกิจกรรม​ได้ง่ายๆ เลยครับ

นอกจากนั้นใช้ค้นหาแล้ว tag ยังใช้ทำสถิติ ได้ด้วย อย่างเช่น ถ้าเราติด tag ว่า sick ในทุกๆ วันที่รู้สึกว่าป่วย ไม่สบาย เวลาเรากลับมาค้นหา เราก็เห็นทันทีว่า เราป่วยไปวันไหนบ้าง title เราจดเอาไว้เป็นวันที่อยู่แล้ว ดูแวบเดียวก็จะเห็นภาพรวมอย่างชัดเจน

อีกความน่าสนใจของ tag คือ สมมุติเราไปรู้จักเพื่อนใหม่ตามงาน ซึ่งเจอกันแปบเดียวก็มักจะลืมชื่อกันไป โดยปรกติแล้วเวลาเราได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง เราจะพอจำได้ว่า เคยเจอกันครั้งแรกที่ไหน แต่จำชื่อไม่ได้ (ซึ่งไม่แปลก) ถ้าเราได้จดบันทึกเอาไว้ทันทีเวลาที่เจอคน ที่งานใดๆ ติด tag เอาไว้ เราก็แค่หยิบแอปขึ้นมา ค้น tag ของชื่องาน เปิดดูก็จะเห็นรายชื่อคนอยู่บน tag เลย แล้วมันจะช่วยให้เรานึกขึ้นมาได้ว่าเขาชื่ออะไรกันแน่


การใช้ประโยชน์จากบันทึกที่เคยจดไว้

เรียงตามลำดับเหตุการณ์จากใหม่ไปเก่า

สิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือ การเลือกให้มันเรียงลำดับตามตัวหนังสือจากมากไปหาน้อย เมื่อเราตั้ง Format ของวันที่ในรูปแบบ yyyy-mm-dd แล้ว ตัววันที่เองจะเรียงลำดับให้เราในตัว ถ้าอยากเอาของใหม่ขึ้นมาไว้ข้างบน ก็แค่กดปุ่ม Sort > By Title > Reverse Alphabetical Order

เลือกให้เรียงตาม Title แบบ Reverse จะได้ของใหม่ขึ้นมาอยู่ข้างบน

การค้นหาจาก Tag

การติด Tag ให้ Diary ก็เหมือนการจัดหมวดหมู่ให้กับแต่ละวัน ช่วยให้เรากลับมาหาสิ่งที่ต้องการตามหมวดหมู่ได้ แทนที่จะเป็น Keyword อย่างเดียว เวลาที่เราเลือกดู Note จาก Tag ใดๆ รวมกับวิธีการตั้งชื่อหัวเรื่องที่ได้กล่าวไปแล้วข้างบน ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมได้ทันทีว่า วันไหนบ้าง ที่เกี่ยวโยงกับสิ่งที่เรากำลังสนใจอยู่

นอกจากนั้น Tag ยังใช้ทำสถิตินิดๆ หน่อยๆ ให้เราได้ด้วย จากแถบเครื่องมือด้านซ้ายมือ จะมีเมนูสำหรับดู Tags ทั้งหมด กดเข้ามาแล้วเราก็จะเห็น tag ทั้งหมดที่เคยใช้ พร้อมจำนวน Note ที่เกี่ยวข้อง เราสามารถกดให้เรียงตามความถี่ได้ได้ด้วย ช่วยให้สามารถดูได้ว่า ส่วนใหญ่ชีวิตของเราเกี่ยวโยงกับเรื่องอะไร ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการติดตามอารมณ์ตัวเองในแต่ละวัน อาจติด tag ประมาณว่า emotion:happy emotion:sad emotion:fun อะไรพวกนี้ ทีนี้ตอนมาดูก็ค้นหา Tag ที่เกี่ยวกับ emotion แล้วก็จะเห็นได้ทันทีว่า จำนวน emotion อันไหน เยอะน้อยกว่ากันอย่างไร

ตัวอย่างหน้ารวม Tag ของ Evernote

การค้นหาทั่วไป

ที่มุมขวาบนของโปรแกรม เราสามารถค้นหาข้อความใดๆ ก็ได้จาก Note ของเรา อันนี้จะค้นลงไปถึงระดับ เนื้อหาข้างในที่ไม่ได้ติด Tag ค้นสถานที่ แล้วยังไปถึง Content ของไฟล์ที่เราอัพโหลดขึ้นไปเก็บไว้ได้ด้วย เช่นถ้าเราเก็บ PDF เอาไว้ก็สามารถค้นหาได้เช่นกัน แต่การค้นหาภาษาไทยเท่าที่ผมลองดูแล้วมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีปัญหาเดิมๆ เรื่องการตัดคำ คือถ้าเราเขียนประโยคยาวๆ ไม่มีเว้นวรรค มันจะหาสิ่งที่อยู่ตรงกลางไม่ได้ ในบางครั้ง แต่ถ้าเราจัดการเรื่อง tag ดีๆ แล้ว ส่วนของการค้นตรงนี้แทบไม่ได้มาใช้เลย ส่วนใหญ่จะเอาไว้ค้นวันที่ซะมากกว่า


เล่าเรื่องเกี่ยวกับวิธีการจด Diary ของผมเอง

จด Diary มานานหรือยัง

ผมเริ่มจด Diary อย่างสม่ำเสมอครั้งแรกตอนปี 2006 (ตอนนั้นอยู่ ม.5) หลังจากได้ไปอ่านหนังสือสร้างแรงบรรดาลใจเล่มหนึ่ง ที่ชี้ให้เห็นประโยชน์ของการจดบันทึก ตอนนั้นใช้รูปแบบการจดโดยการตั้งชื่อเหมือนกับที่แนะนำไปเลย คือเป็น yyyy-mm-dd ซึ่งตอนนั้นจดเอาไว้บน notepad วันละบรรทัด แล้วก็เก็บเอาไว้เดือนละไฟล์ ซึ่ง notepad มันทำอะไรไม่ได้มาก การจดก็มีข้อความอย่างเดียว แล้วก็เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เท่าไหร่ สักพักก็เลยเลิกจดตอนปี 2010 (น่าจะตอนอยู่ปี 2) แต่ก็ทำ Backup แล้วเข้ารหัส เก็บเอาไว้อย่างดี

ต่อมาเมื่อปลายปีก่อน (2018) ก็ได้เริ่มกลับมาเขียนอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้นเยอะมากในแต่ละวัน แล้วเวลาจะหาว่าอะไรเกิดวันไหนก็หาไม่เจอ ก็เลยตกลงว่าจะกลับมาเขียน แล้วก็หาโปรแกรมจดอยู่สักพักใหญ่ๆ ลองหลายๆ โปรแกรม แล้วไม่ถูกใจสักตัว สุดท้ายก็เลยลองขุด Evernote ซึ่งไม่ได้ใช้มานานมากแล้วขึ้นมาประยุกต์ใช้ดู เพราะเห็นว่ามันมีฟีเจอร์แยก Notebook แล้วก็อยากจะจดแบบเดิมที่เป็นวันที่นำหน้าด้วย ซึ่งรูปแบบค่อนข้างเหมาะก็เลยทดลอง ปรากฎว่าเจ๋งมาก มีฟีเจอร์ที่คาดไม่ถึงหลายอย่าง ผมก็เลยจดบน Evernote ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากนั้นยังเอา Diary ที่เคยเขียนเอาไว้บน Notepad ตั้งแต่ปี 2006-2010 ย้ายขึ้นมาอยู่บนนี้หมดเลยด้วย คือ Evernote มันมีรูปแบบการ import/export notes เป็น XML ที่ชัดเจน ผมก็เลย convert ไฟล์เก่าเข้ามาอยู่ในรูปแบบเดียวกัน แล้วก็จัดการ import ทั้งหมดเข้ามารวมกัน ตอนนี้ก็เลยมีจดบันทึกเอาไว้มากกว่า 1,300 รายการ หาเรื่องราวในอดีตที่เคยจดไว้ได้สบายมาก

นึกๆ แล้วผมก็ยังเสียดายที่หยุดจด Diary ไปเหมือนกันนะ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาเยอะมากจริงๆ ถ้าจดเอาไว้น่าจะมีคุณค่ามากๆ

ปรกติจด Diary ที่ไหน เมื่อไหร่?

ปรกติผมจะจด Diary ตอนนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน ค่อนข้างเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับผม ตอนนั้นมักจะเหนื่อยๆ แล้ว ฟัง Podcast หรือเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไปก็ไม่เข้าหัวละ แต่ยังพอมีพลังเอามาทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็พิมพ์ๆ ลงไปบนมือถือแบบคร่าวๆ ให้เป็นโครงร่างเอาไว้ก่อน

จากนั้นพอกลับมาถึงห้อง อาบน้ำอาบท่า มีพลังกลับขึ้นมาแล้ว ก่อนนอนก็เปิดดูหน้าคอม เก็บรายละเอียด เอารูปภาพอะไรต่างๆ ใส่ลงไป แล้วติด tag ให้สมบูรณ์เรียบร้อย

อีกจังหวะที่ควรจดคือ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์สำคัญสดๆ ถ้ามีจังหวะก็เอาขึ้นมาจดเลย จะได้เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ก่อนมันจะถูกทำให้ลืมจากเหตุการณ์อื่นๆ

จดแล้วได้กลับมาใช้บ่อยขนาดไหน

ผมกลับมาค้นหาสิ่งที่จดเอาไว้บ่อยเหมือนกันนะ อย่างน้อยก็มีสัปดาห์ละครั้ง เพราะเป็นคนความจำไม่ค่อยดี แต่ชอบค้นหาความจริง เมื่อไหร่ต้องการรู้อะไรบางอย่างที่จำไว้ว่าเกิดจดเอาไว้ ก็จะไม่รีรอกลับมาเปิดอ่านดู ช่วยแก้ปัญหา Conflict ไปได้หลายครั้ง ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งรู้สึกว่าควรต้องจดละเอียดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งไฟล์ ทั้งรูปภาพ ทั้งเสียง หามาใส่ได้ยิ่งดี


สรุป

การเสียเวลาเขียน Diary อย่างสม่ำเสมอวันละสิบนาที ก่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีความต้องการจะพัฒนาศักยภาพในตนเอง เพื่อที่จะได้กลับมาศึกษาแนวคิดในอดีตและทำให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น

เพื่อจะใช้ประโยชน์ให้ได้มากกว่านั้น เราควรจดบันทึกเหตุการณ์สำคัญอย่างอื่นลงไปด้วย เพื่อเป็นบันทึกช่วยจำในวันหน้าเกิดต้องการกลับมาใช้ แต่การจะค้นหาบันทึกที่ต้องการกลับมาใช้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีความสามารถมากพอ

สำหรับผมที่ได้ใช้แล้วรู้สึกเหมาะสมคือโปรแกรมสมุดจด Evernote ที่ทั้งสามารถบันทึกลงไปได้ในทุกรูปแบบ ใส่ข้อความ ภาพ ไฟล์ ต่างๆ ไปได้ มีฟีเจอร์สำหรับใช้ค้นหา และสามารถติด tag จัดหมวดหมู่ Diary ในแต่ละวัน เพื่อนำมาใช้เป็นสถิติเกี่ยวกับชีวิตในภาพรวมได้อีกด้วย

สำหรับท่านผู้อื่นตอนนี้จด Diary กันด้วยโปรแกรมอะไร มีวิธีจด และเอามาใช้ประโยชน์อย่างไร สามารถแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้นะครับ 🙂