ประสบการณ์ การซื้อ Macbook Air ผ่านทาง Apple Store Online TH

สำหรับคอมตัวนี้ มีแผนจะซื้อตั้งแต่สมัย Samsung Series 9 ออกใหม่ๆ ช่วงต้นปี 2011
ผมก็เล็งแล้วเล็งอีก ตอนนั้นมันช่างแพงเหลือเกิน แถมยังมีแต่ 128 GB ออกมาอีกต่างหาก
ต่อมาสักพัก Zen Book ของ ASUS ออกมาช่วงปลายปี 2011 ทีนี้ผมก็เปลี่ยนเป้าหมายจะซื้อ Zen Book แทน
ปรากฏว่ามันก็เอาเข้าไทยมีแต่รุ่น 128 GB มันน่าทุบนัก
จนสุดท้ายช่วงกลางปี 2012 Apple ออก MBA มา ตัวนี้ก็โดนเข้าเต็มๆ เพราะมันปรับ Spec ได้
ก็ค้นข้อมูลมาเรื่อย ความจริงจ้องตั้งแต่ตัวกลางปี 2011 แล้วล่ะ แต่เพิ่งได้มาเอาจริงตัวนี้
ทีแรกผมว่าจะรออีก 7 เดือน ตัวกลายปี 2013 จะได้ CPU สถาปัตยกรรมใหม่ ประหยัดไฟกว่า และน่าจะเย็นกว่า
แต่คงจะไม่ได้ เพราะเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยซื้อไปเลยก็ละกัน ตัดสินใจนานเกินไปละ ไม่ได้ซื้อสักที

Macbook Air 13″ (Mid 2012)

  • 2.0GHz Intel Dual-Core Core i7
  • 8GB 1600MHz DDR3L SDRAM
  • 256GB Flash Storage
  • Keyboard/User’s Guide-THA
  • Country Kit-THA
  • ฿ 54,204.00

  • การสั่งซื้อจะต้องทำจาก TH Store Online เท่านั้น แต่ถ้าเอามาใช้เพื่อการศึกษา สามารถสั่งซื้อราคาราคาเพื่อการศึกษาได้ (เขาว่ากันว่าอาจโดนตรวจสอบ ก็เตรียมเอกสารเอาไว้ด้วยก็ละกัน)
  • สามารถสั่งประกอบได้เต็มที่ตามที่มันมีไว้ให้เลือก
  • จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต การสั่งซื้อจะแยกเป็นคน 2 คน คือ คนจ่ายเงิน กับคนรับของ คนจ่ายเงินจะถูกโทรมายืนยันการซื้อเป็นภาษาอังกฤษ
    • วันที่ 16 รอการ confirm จากทาง Apple
    • วันที่ 17 สถานะลี่ยนเป็นทางโน้นรับทราบแล้วหรือ Processing เป็นเวลา 1 สัปดาห์
    • วันที่ 23 สถานะเป็นการส่งตอนต้นอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เดินทางมากรุงเทพฯ
    • วันที่ 25 ของมาถึงกรุงเทพฯ จังหวะนี้ DHL จะขึ้นว่า Forwarded for delivery หมายความว่ามันส่งผ่านมาทาง EMS เราก็จะ Track ไม่ได้อีกต่อไป ให้โทรไปถามศูนย์ DHL ถ้าอยากรู้
    • วันที่ 27 ของมาถึงแม่กลองใช้เวลาทั้งสิ้น 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 27 พ.ย. 2012

     

  • กล่องเล็กและเบากว่าที่คิด เปิดกล่องออกมาเหม็นกลิ่นของใหม่ วัสดุกันกระแทกเจ๋งมาก โครงกล่องทำได้ดีมาก ภายในมีคอม 1 ตัว คลุมด้วยกึ่งถึงพลาสติก กล่องใส่กระดาษขนาดประมาณฝ่าคือ ข้างในมีคู่มีแนะนำโปรแกรม เป็นแผ่นพับขนาดไหน ใบประกัน และสติกเกอร์ Apple 2 ชิ้น สายชาร์ทต่อกับคอม 1 เส้น สายต่อกับปลั๊ก 1 เส้น หัวกลม สามตา ตัวสายแข็งมาก และปลั๊กสำหรับติดกับหม้อแปลง (ไว้ใช้ทางไอ้เส้นเมื่อกี้ ให้อารมณ์ที่ชาร์ท iPhone ประมาณนั้น) เป็นหัวกลมเหมือนกัน แต่เป็นสองตา
  • เปิดคอมออกมามีแบตเต็ม OS เป็นสิงโตภูเขา Happy ดี
  • เอามาลง Windows 7 ผ่านทาง rEFIt (จัดตั้งแต่วันแรกเลยนะ) คะแนน 6.4 โดยมีรายการคะแนนดังนี้
    • 7.1 Processor
    • 7.5 Memory
    • 6.4 Graphics
    • 6.4 Gaming Graphics
    • 7.9 Primary Hard disk

  • จับมาลง Ubuntu Trackpad ใช้งานได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร ถ้าใช้ Ubuntu รุ่นเก่าๆ สามารถใช้ Touchegg มาช่วยได้ แล้วจะเทพมาก เทพกว่า OS X ซะด้วยซ้ำ
  • จะทำ 3 OS ทำไม่สำเร็จเพราะว่ามี Primary Partition มากเกินไป Windows ไม่ยอมลงให้ ก็เลยลง Windows แล้วเอา Windows ทำ Logical Partition ให้ มันบอกว่าต้องแก้ Structure เป็น Dynamic ก็บอกให้มันทำไป หลังจากนั้นก็เปิดอะไรไม่ได้อีกเลย
  • สามารถเปิดตัว Recovery ได้โดยการกดปุ่ม Command+R ตอนเปิดเครื่อง มันจะให้ต่อ WiFi แล้วมันจะโหลด Image มาจาก Internet เลย นับว่าหล่อมาก แต่โหลดนานมากๆ
  • สุดท้ายรอโหลดไม่ได้ ก็เลยลง Ubuntu แล้วก็ Resize Partition ให้ Windows 60 GiB จากนั้นก็ Format เป็น NTFS แล้วเอา Windows 7 มาลง ก็จะไม่สามารถเปิด Ubuntu ได้ ก็ต้องไปลง Grub ใหม่ให้ MBR จากนั้น Grub จะมองเห็น Windows เอง กลายเป็นบู๊ตได้ทั้งสองอย่าง
  • บน Windows โหลดเข้าเกมปังย่าเร็วจนน่าตกใจ และสามารถเล่น CoD MF3 ได้สบายๆ ไม่น่าเชื่อว่ามันคือคอม spec ไม่จัด (หรอ?)
  • วิธีการลง 3 OS ให้สำเร็จคือ ให้ใช้ OS X แบ่งให้ โดยให้ลง Windows ก่อน พอ Windows เสร็จให้กลับไปที่ OS X แล้วจัดให้ Ubuntu แล้วค่อยลงตามนั้น
  • Parititions สำหรับแชร์ข้อมูลใช้ HFS+ ได้ Windows ก็อ่านออกหลังจากลง Windows Support ของ Apple เข้าไป