ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

หลังจากที่ได้ผ่านจุดหมุนของมุมมองอีกครั้ง

เมื่อได้เดินทางไปที่ออสเตรเลียอีกครึ่งหนึ่ง

ซึ่งเคยเกิดแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งแรกที่ไป

มุมมองถูกเปลี่ยน ชีวิตจึงเปลี่ยน

ค้นพบเส้นทางที่ต้องการเดินเส้นใหม่

ที่ตัดสินใจยากกว่าการเลือกงานที่ึ้ทำ

เลือกคู่ครองที่ต้องการ

เลือกสิ่งที่อยากจะทำในชีวิต

แต่มันเป็นการข้ามไปเดินบนเส้นทางที่จะไม่เกิดสิ่งทั้งหลายขึ้น

เส้นทางที่คนส่วนใหญ่มักออกห่างเพราะกรรมพา

แต่เหตุใดเราจึงถูดดึงดูดเข้ามาในเส้นทางนี้อย่างแรงนัก

การจะย้ายมาเดินทางเส้นใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก

จำเป็นต้องทำใจทิ้งทุกอย่างที่เคยทำ

ทิ้งความฝันทุกอย่างที่เคยคิดเอาไว้

สำหรับเราผู้ยังอ่อนความรู้และประสบการณ์

มันเป็นเรื่องยากนักตัดใจจากสิ่งเหล่านั้นได้

หากไปคุยกับวัยรุ่น จะถูกหาว่าไร้สาระ

หากไปคุยกับวัยทำงาน จะบอกว่าให้ไว้ทำทีหลัง

หากไปคุยกับวัยชรา จะบอกให้เดินทั้งสองทางคู่กัน

เหตุใดคนในวัยต่างๆจึงคิดต่างกัน

แล้วคนเหล่านั้นเมื่อเปลี่ยนวัยไปแล้ว

เขาก็เปลี่ยนความคิดไปเรื่อยๆ

ซึ่งมีแนวโน้นว่าจะเข้ามาทางที่เรามองหามากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วหากไปคุยกับคนตายล่ะ เขาจะว่าอย่างไร

จะแนะนำให้เดินบนทางเส้นนี้หรือ?

แล้วสิ่งที่เราควรจะทำนั้นคืออะไร

จะเลือกเส้นใดเส้นหนึ่ง

หรือจะเดินคู่ขนานกันไป

ต้องย้อนกลับไปว่าเรามีชีวิตทำไม

คำถามนี้ให้ตายก็หาคำตอบที่จริงจังไม่ได้

เพราะคำตอบถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามความคิด

ซึ่งมีแนวโน้นว่าจะเปลี่ยนไปตามความต้องการ

ในช่วงเวลานั้นๆของชีวิต

แต่เดิมเคยคิดว่ามีชีวิตเพื่อทำงานหาเงิน

เปลี่ยนมาเป็นมีชีวิตเพื่อโลก

เปลี่ยนมาเป็นมีชีวิตเพราะเกิดมา

จนสุดท้ายมีชีวิตเพื่อใช้กรรม

ซึ่งตรงกับที่คนแก่บอกกันหนักหนา

แล้วก็ตรงกับเส้นทางเส้นนั้น

แม้ตามจริงแล้วจะยังไม่รู้ว่ากรรมมีจริงไหม

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือแนวทางเส้นทางใหม่นั้น

ช่วยลดความทุกข์ของเราได้จริง

มันไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้น

แต่มันกลับทำให้ความสุขลดลงซะด้วยซ้ำ

แต่ในทางกลับกัน

ความทุกข์ก็ลดลงตามไปด้วย

ซึ่งแต่เดิมแล้ว

ชีวิตก็มีความสุขมากกว่าความทุกข์อยู่แล้ว

จึงกลายเป็นชีวิตแทบจะไม่เจอความทุกข์เลย

เหลือเจอความสุขเล็กๆเป็นช่วงๆ

และความทุกข์ก็เข้ามาเป็นช่วงๆเช่นกัน

แต่ละครั้งที่เข้ามาก็เป็นแค่ลูกคลื่นเล็กๆ

เข้ามาเพียงไม่นานแล้วก็จากไป

ชีวิตใหม่เหมือนจะดีขึ้น

ซึ่งที่จริงแล้วมันก็เป็นอย่างเดิม

แต่เพียงเรารู้สึกว่ามันดีขึ้นไปเอง

ซึ่งในตอนนี้ก็ตีสองแล้ว

จะให้เขียนต่อไปก็คงจะมั่วไปเรื่อยๆ

ดังนั้น ก็เลิกเขียนตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีกว่า

ก่อนที่จะเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นแก่มวลมนุษย์

สุดท้าย ร่างกายแข็งแรง ก็สำคัญกว่าสิ่งใด

แม้จิตใจจะแข็งแรงขนาดไหน

แต่ร่างกายอ่อนแอ

ก็สู้ต่อไปได้ไม่นาน