Chat Room

Author Topic: ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1  (Read 2380 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline spicydog

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 558



ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1
« on: November 21, 2009, 01:08:56 am »


            
สรุปประเด็นสำคัญ
 
?โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1?
 
โดย งานพยาบาล  มจธ.
 
.......................................................
โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีชื่อเรียกว่า Influenzavirus มีสารพันธุกรรมเป็น RNA สายเดี่ยวที่มีลักษณะเป็นท่อน ๆปัจจุบันสามารถแบ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ ชนิด AB และ Cในปัจจุบันพบว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและระบาดอย่างต่อเนื่องในม
นุษย์และสัตว์ชนิดต่าง ๆ นั้นจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อไวรัส ชนิดA (Influenza A virus ) ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมเป็นท่อน ๆ ทั้งสิ้น 8 ท่อนได้แก่ PB2 , PB1, PA, HA , NP, NA, M และ NS และสามารถสร้างโปรตีนได้ 10ชนิด ได้แก่ PB2 , PB1, PA, HA , NP, NA, M1, M2, NS1 และ NS2

  โรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้  เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คนเท่านั้น เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด Aซึ่งเป็นเชื้อตัวใหม่ที่ไม่เคยพบทั้งในสุกรและในคนเป็นเชื้อที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์(Reassortment)ซึ่งมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่คน(Human Flu)ไข้หวัดใหญ่สุกร(SwineFlu) และไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีก(Avian Flu)ด้วยเริ่มพบการระบาดที่ประเทศเม็กซิโกและแพร่ไปกับผู้เดินทางไปในอีกหลายประเทศระยะแรกกระทรวงสาธารณสุขใช้ชื่อโรคนี้ว่า?โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก?และเมื่อองค์การอนามัยโลกได้ประกาศชื่อเป็นทางการเมื่อวันที่ 29เมษายนที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ?ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด AH1N1? และใช้ชื่อย่อว่า ?ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009?

เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ใหม่ ในการรายงานโรคนี้ช่วงแรกในภาษาอังกฤษใช้คำว่า?Swine Flu? หรือไข้หวัดใหญ่สุกร โดยปกติแล้วไข้หวัดใหญ่สุกรเป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในสุกรมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายชนิด เช่น H1N1, H1N2, H3N2 และH4N6 แต่ละชนิดมีหลากหลายสายพันธุ์ตามปกติการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สุกรบางครั้งอาจติดต่อไปสู่คนซึ่งเกิดไม่บ่อยนัก การติดเชื้อเกิดขึ้นโดยคนหายใจเอาละอองฝอย เมื่อสุกรไอหรือจามเข้าไปหรือการสัมผัสกับสุกรหรือสิ่งแวดล้อมที่สุกรอาศัยอยู่อย่างไรก็ตามเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกนี้ผลการตรวจวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรมพบว่า เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่พบในคนและยังไม่เคยพบในสุกรมาก่อน และการระบาดดังกล่าวไม่มีรายงานว่าโรคนี้ระบาดในสุกรทั้งในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาและผลการสอบสวนโรค ไม่พบผู้ใดติดโรคจากสุกรหากแต่เป็นการแพร่กระจายโรคจากคนสู่คนเท่านั้น

   

 

 

  พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีในประเทศไทยหรือไม่

   

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 52 เวลา 14.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)กระทรวงสาธารณสุขไทยแถลงว่าพบผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวน 2ราย ซึ่งติดเชื้อจากประเทศเม็กซิโกเริ่มมีไข้หลังจากเดินทางมาถึงประเทศไทย ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสครบชุด หายเป็นปกติไม่มีเชื้อในร่างกายแล้วส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้รับยาต้านไวรัสครบชุดและติดตามเฝ้าสังเกตอาการอย่างต่อเนื่องไม่มีผู้ใดมีอาการป่วยแต่อย่างใดสามารถมีกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบการระบาดเกิดขึ้นในประเทศไทย

   

  การแพร่ติดต่อ

เชื้อไวรัสที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ติดต่อไปยังคนอื่นๆ โดยการไอจามรดกันโดยตรง หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไปหากอยู่ใกล้ผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรบางรายได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อเช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้นเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตา ปาก

  ผู้ป่วยอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย  ช่วง 3 วันแรกจะแพร่เชื้อได้มากสุด และระยะแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน

 

  อาการป่วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1 ? 3 วันน้อยรายที่นานถึง 7 วันอาการป่วยใกล้เคียงกันกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วไป เช่น มีไข้ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ อาจมีอาการเบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียด้วย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงหายป่วยได้โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน5 ? 7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบ รุนแรง จะพบอาการหายใจเร็วเหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

 

  การรักษา

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัส คือ Oseltamivir(Tamiflu)หรือ Zanamivirซึ่ง เป็นยาชนิดกิน หากผู้ป่วยได้รับยาภายใน 2 วันหลังเริ่มป่วยจะให้ผลการรักษาดี

 ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำ ๆและยังรับประทานอาหารได้ อาจไปพบแพทย์ที่คลินิกหรือขอรับยาและคำแนะนำจากเภสัชกรใกล้บ้าน และดูแลรักษากันเองที่บ้าน โดย

  ?       รับประทานยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ เป็นต้น  และเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะด้วยน้ำสะอาดไม่เย็น

  ?       ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ  งดดื่มน้ำเย็น 

? พยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ได้มากพอเพียง เช่น โจ๊ก ข้าวต้มไข่ ผัก ผลไม้ เป็นต้น หากรับประทานอาหารได้น้อย อาจต้องได้รับวิตามินเสริม

  ?       นอนหลับพักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศถ่ายเทดี

? ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้นติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนซึ่งต้องรับประทานยาจนหมดตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา

 
  การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ

1. หากไม่มีความจำเป็นควรชะลอการเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลงแต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อย ๆหรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งติดตามข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด

2. ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาดจะได้รับการแนะนำด้านสุขภาพจากทีมแพทย์โดยให้หยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 7 วัน และสังเกตอาการตนเองทุกวันหากรู้สึกไม่สบาย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว ฯลฯ รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาทันทีโดยถ้ามีอาการไอหรือจาม ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือใช้กระดาษทิชชูปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม กรณีที่อาการไม่รุนแรงแพทย์จะอนุญาตให้รักษาตัวที่บ้านได้ ควรหยุดงาน หยุดเรียนและงดไปในที่ชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่น

  3.                 รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดย

  ?       หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่   

  ?       หากต้องดูแลผู้ป่วย  ควรสวมหน้ากากอนามัย  เมื่อดูแลเสร็จ  ควรรีบล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทันที

  ?       ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ  ผ้าเช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น  โดยเฉพาะผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่

  ?       ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง  เมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

  ?       หมั่นล้างมือบ่อยๆ  ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังไอ จาม

? รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมทั้งไข่ นมผัก และผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงบุหรี่และสุรา

  การป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อ

  ?       หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่  ควรลาหยุดงาน  หยุดเรียน เป็นเวลา 3 - 7 วัน ซึ่งจะช่วยลดการแพร่ระบาดได้มาก

  ?       พยายามหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคลุกคลีกับคนอื่น ๆ   

? สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่กับผู้อื่นหรือใช้ทิชชูปิดจมูกปากทุกครั้งที่ไอจาม ทิ้งทิชชูลงในถังขยะที่มีฝาปิดแล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่

  โดยสรุป

                  1.            ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

                  2.            ไวรัสไข้หวัดใหญ่ของคนและสุกรมีแหล่งกำเนิดมาจากไวรัสสายพันธุ์เดียวกันและต่างมีวิว
ัฒนาการแยกสายพันธุ์กลายเป็นไวรัสของคนและสุกร

                  3.            ยังไม่พบการติดต่อโดยการรับประทานเนื้อหมู 

4. อัตราป่วยตายของผู้ติดเชื้อ SARS ร้อยละ 30 , ไข้หวัดนกสายพันธ์H5N1ร้อยละ 60 และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ร้อยละ 0.85

 5.ประเทศไทยมีประสบการณ์การระบาดโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจหลายชนิด เช่นSARS Caroavirus ไข้หวัดนกสายพันธ์ H5N1 ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยน่าจะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

  ท่านสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข   www.moph.go.thและหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรคหมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 3333 และศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์กระทรวงสาธารณสุข หมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 1994 ตลอด 24 ชั่วโมง

   

 
???????????..
 
เอกสารอ้างอิง
 
1.การสัมมนาเรื่อง ?วช.กับการแก้วิกฤติโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ชนิด A2009 H1N1? จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชัน หลักสี่ กรุงเทพมหานคร วันที่ 15 พฤษภาคม 2552
 
2.                                              เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข   www.moph.go.th 
 

 



 

คัดลอกจาก: อีเมล์ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
                                                               





Offline spicydog

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 558

Re: ไข้หวัดใหญ่ 2009 H1N1
« Reply #1 on: November 21, 2009, 01:09:14 am »
คำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข
 
เรื่อง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น1)
 
ฉบับที่
 
วันที่ 13 มิถุนายน 2552
 
--------------------------------
ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ(เอช1เอ็น 1)กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ธรรมดา ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายได้โดยไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่มากในต่างประเทศที่เสียชีวิตมักเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืดโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน เป็นต้น ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอ้วนผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์สำหรับวิธีการติดต่อและวิธีการป้องกันโรค จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดากระทรวงสาธารณสุขจึงขอให้คำแนะนำในการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ(เอช1 เอ็น 1) ดังต่อไปนี้

   

  คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

  1.             ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ

  2.             ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น

  3.             ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด

4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการดื่มน้ำมากๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  5.             ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็น

  6.             ติดตามคำแนะนำอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

   

  คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

1. หากมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูง ไม่ซึม และรับประทานอาหารได้สามารถรักษาตามอาการด้วยตนเองที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลควรใช้พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ (ห้ามใช้ยาแอสไพริน)นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมากๆ

  2.             ควรหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าจะหายเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

  3.             สวมหน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องอยู่กับผู้อื่น  หรือใช้กระดาษทิชชู ผ้าเช็ดหน้า ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอ จาม

  4.             ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ โดยเฉพาะหลังการไอ จาม

  5.             หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย  อาเจียนมาก ซึม ควรรีบไปพบแพทย์

 

  คำแนะนำสำหรับสถานศึกษา

  1.             แนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่ขาดเรียนในแต่ละวัน หากพบขาดเรียนผิดปกติหรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันและสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

 3.แนะนำให้นักเรียนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วันถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

 4.หากสถานศึกษาสามารถให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทุกคนหยุดเรียนได้ ก็จะป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดีและไม่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา แต่หากจะพิจารณาปิดสถานศึกษาควรหารือร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่นโต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯโดยการใช้น้ำผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้งจัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่ อย่างเพียงพอในบางวันควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

   

  คำแนะนำสำหรับสถานประกอบการและสถานที่ทำงาน

  1.             แนะนำให้พนักงานที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ พักรักษาตัวที่บ้าน หากมีอาการป่วยรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์

2. ตรวจสอบจำนวนพนักงานที่ขาดงานในแต่ละวัน หากพบขาดงานผิดปกติหรือตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ในแผนกเดียวกัน และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค

3. แนะนำให้พนักงานที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเฝ้าสังเกตอาการของตนเองเป็นเวลา 7 วันถ้ามีอาการป่วยให้หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน

  4.  ในสถานการณ์ปัจจุบัน  ยังไม่แนะนำให้ปิดสถานประกอบการหรือสถานที่ทำงาน  เพื่อการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

5. ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่นโต๊ะทำงาน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯโดยการใช้น้ำผงซักฟอกทั่วไปเช็ดทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้งจัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่อย่างเพียงพอ ในบางวันควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง

 6.ควรจัดทำแผนการประคองกิจการในสถานประกอบการและสถานที่ทำงานเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดการระบาดใหญ่(ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค http://beid.ddc.moph.go.th) 

   

  แหล่งข้อมูลการติดต่อ เพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

  1.             กรุงเทพมหานครติดต่อได้ที่ กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0 22458106 , 0 2246 0358 และ 0 2354 1836

  2.             ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

   

          ติดตามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข   www.moph.go.thและหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการ กรมควบคุมโรคหมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 3333 และศูนย์บริการข้อมูลฮอตไลน์กระทรวงสาธารณสุข หมายเลขโทรศัพท์ 0 2590 1994 ตลอด 24 ชั่วโมง






URL สำหรับแบ่งปัน
BBCode สำหรับแบ่งปัน
HTML สำหรับแบ่งปัน

blog comments powered by Disqus


 



speedtest