Chat Room

Author Topic: ประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล, สองคำที่ตอบกันไม่ถูก  (Read 32427 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline spicydog

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 558





Efficiently and Effectively
ประสิทธิภาพ กับ ประสิทธิผล


วันนี้ได้เรียนแล้วสะท้อนย้อนมานึกถึงงานที่เราทำอยู่
 
 ในความหมายนัยของมัน
 
 Efficiently = Using resource wisely and in a cost ? effective way
 ประสิทธิภาพ หมายถึง การใช้ทรัพยากรอย่างฉลาดให้คุ้มทุนที่สุด ทำให้ได้งานออกมา เน้นรวดเร็ว คุ้มค่า
 
 Effectively = Making the right decision and successful implement them
 ประสิทธิผลหมายถึง การทำแล้วบรรลุเป้าหมายผลออกมาพึงพอใจเช่นการรับโทรศัทพ์ของแผนกโอเปอร์ฯ รับสาย และตอบได้รวดเร็ว เป็นประสิทธิภาพแต่ถ้าตอบรวดเร็วแต่ให้ข้อมูลไม่ดี ก็อาจไม่บรรลุประสิทธิผลดังนั้นในองค์กรควรวัดประสิทธิผลจะให้ผลในระยะยาวได้มากกว่า
 
 ทุกวันนี้เรามองว่าเราทำงานแบบมีประสิทธิผลนะ แต่ประสิทธิภาพอาจไม่ดีมากเพราะเราทำงานช้า ไม่เร็ว และบางทีก็อาจไม่คุ้มจากการนั่งคุยกับลูกค้านานเกินไป มีคนบอกให้เราคุยแค่ 7 นาที บ้ารึป่าวมันเหมือนกับแค่คุยเอาแค่ benefit พอได้แล้วก็รีบตีจาก มันไม่ผูกพันไม่ได้มี relation ที่แท้จริงต่อกันเลย เราว่ามันเหมือน fake นะ เราไม่ชอบเราว่าการจะทำธุรกิจกับใครมันก็เหมือนเลือกคู่แหล่ะ ว่าไปนั่นแต่เราคิดงี้จริงนะ ก่อนเลือกเค้ามาเป็นคู่เราเราก็ต้องศึกษานิสัยใจคอกันพอสมควรแหล่ะ เพราะเราไม่ได้คุยแค่ 7นาทีอย่างที่ใครบางคนบอกเรางานเราที่ลูกค้าทำให้เรามันเลยเป็นแบบประสิทธิผลถึงแม้จะไม่ได้ทำหน้ากว้างให้ได้มามากมาย ประสิทธิภาพมากขนาดนั้น
 
แต่ เราเน้นเนื้อๆ ครีมๆ ประสิทธิผลชั้นเลิศดีกว่าแต่แล้วยังไงเล่าเค้าก็วัดผลเราที่คำว่าประสิทธิภาพอยู่ดี อยากได้งานมากๆเน้นปริมาณไม่เน้นคุณภาพเลย

คัดลอกจาก: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=n...p=2&gblog=7




 อย่างไหนคือประสิทธิภาพ /ประสิทธิผล         
 
จากประสบการณ์ การสอนในหลายๆครั้ง ปัญหาที่มักพบในห้องเรียนก็คืออาจารย์ผู้สอน พยายามจะให้ความรู้ในหลักวิชาที่มีความเข้มข้นโดยแต่ละสาขาวิชาก็มักจะมีศัพท์เฉพาะของตนเองที่คาดหวังว่าผู้เรียนจะต้องเข้าใจประกอบกับกระแสของความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในภาษาอังกฤษผู้สอนก็เลยพยายามใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษประกอบกับศัพท์บัญญัติของวิชาชีพเพื่อให้ผู้เรียนมีความคุ้นเคยพอสำเร็จการศึกษาไปปฏิบัติงานในกลุ่มวิชาชีพจะได้เข้าใจ ในบางครั้งผู้สอนก็คาดหวัง (Expected) ว่าผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้มาแล้วน่าจะเข้าใจศัพท์วิชาการง่ายๆ จึงมองข้ามการอธิบายที่มา หรือ นิยามศัพท์ไปและในอีกความเชื่อหนึ่งก็เพราะนึกเอา (Assume) ว่าผู้เรียนจะมีการเตรียมความพร้อมในการเรียนมาบ้างแล้วอย่างไรก็ตามการมองข้ามการให้ความสำคัญของการอธิบายความหมายของศัพท์วิชาการทำให้เกิดปัญหาในชั้นเรียน คือผู้เรียนบางคนไม่เข้าใจไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นทางความคิดได้ เพราะไม่มีความเข้าใจพื้นฐานที่ผู้สอนคาดหวัง ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความสับสนไม่ชัดเจน ในองค์ความรู้ ซึ่ง อาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและการปฏิบัติที่คลาดเคลื่อนได้ ตัวอย่างหนึ่งที่จะหยิบยกขึ้นมานำเสนอ คือคำว่า ?ประสิทธิภาพ? (Efficiency) และ ประสิทธิผล? (Effective)ซึ่งเรามักนำมาใช้ปะปนกันบ่อยครั้งเมื่อถามนักศึกษาให้อธิบายคำว่าประสิทธิภาพ หมายถึงอะไร ต้องทำอย่างไรประสิทธิผล หมายถึงอะไร ต้องทำอย่างไร แล้วทั้งสองคำ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ปรากฏว่าไม่สามารถมีผู้ให้คำตอบได้ชัดเจนเพราะส่วนใหญ่แล้วแยกแยะความแตกต่างไม่ได้ ผู้เรียนบางคนก็ตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ต่างกัน เพราะเขียนไม่เหมือนกันจะว่าไปแล้วก็ไม่ผิด เพราะทั้งสองคำ เขียน คล้ายกัน คือมีคำว่า ?ประสิทธิ?เหมือนกัน แต่ ไม่เหมือน กัน เพราะมีความต่างกันตรงที่คำว่า ?ภาพ? กับ?ผล? ด้วยเหตุที่ว่า ศาสตร์ทางการเรียนบริหารจัดการส่วนใหญ่ของไทยถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ ตำราเรียนก็แปลมาจากหนังสือต่างประเทศทำให้มีการตีความตามความคิดของผู้แปลหลายครั้งหากเราต้องการรู้ความหมายที่แท้จริงของศัพท์บางคำ
 
 ก็ต้องถามว่าเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรคำว่าประสิทธิภาพ แปลมาจาก Efficiencyหมายถึงผลดีที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม หรือการดำเนินงาน นั่นคือหากจะวัดว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ มีส่วนประกอบหลายส่วน หลักๆคือควรพิจารณากระบวนการดำเนินงานว่า ก่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้หรือไม่
 1. ความประหยัด (Economy) ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดต้นทุน (Cost) ประหยัดทรัพยากร (Resources) หรือ ประหยัดเวลา (Time)
2. ความรวดเร็ว ทันตามกำหนดเวลา (Speed)ก็เป็นอีกตัวบ่งชี้ว่าเกิดประสิทธิภาพหรือไม่เพราะหากการดำเนินงานก่อให้เกิดความประหยัดทรัพยากร แต่ไม่ทันตามกำหนดเวลาก็ไม่ถือว่ามีประสิทธิภาพ
 3. ความมีคุณภาพ (Quality)ซึ่งพิจารณาทั้งกระบวนการตั้งแต่ปัจจัยนำเข้า (input) หรือวัตถุดิบต้องมีการคัดสรรอย่างดี กระบวนการทำงาน/กระบวนการผลิต (process)ที่ดีจนกระทั่งได้ผลผลิต (output)ที่ดี
 
แม้ว่ากระบวนการดำเนินงานจะประหยัด และรวดเร็วแล้วจะต้องไม่ทำให้คุณภาพของงานลดลง หากประหยัด รวดเร็วแต่คุณภาพงานลดลงก็ไม่ถือว่าเกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นหากจะพิจารณาในประเด็นของความประสิทธิภาพ จะต้องพิจารณาในขั้นตอนหรือกระบวนการดำเนินงานทั้งหมด
 
 ส่วนประสิทธิผล แปลมาจาก Effectiveเป็นศัพท์บัญญัติ ทางการบริหารจัดการ หมายถึงผลสำเร็จของงานเป็นไปตามความมุ่งหวัง (purpose) ที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย ดังนั้น ในประเด็นของความมีประสิทธิผลจึงมุ่งเน้นไปที่การพิจารณาจุดสิ้นสุดของกิจกรรมหรือการดำเนินงานว่าได้ตามที่ตั้งไว้ หรือไม่
 ซึ่งมักจะมีตัวชี้วัด (indicator) ที่ชัดเจนหลายครั้งที่พบว่าในเชิงนโยบายมักมีการกำหนดวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายว่า? เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ?..และประสิทธิผล????ซึ่งอาจต้องหันมามองย้อนกลับถึงผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายนั้นๆเข้าใจชัดเจนหรือไม่ว่า ประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล ที่องค์การต้องการคืออะไร ต้องทำอย่างไร ?? หากเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็จะนำไปสู่การปฏิบัติงานที่ผิดทิศทางได้
 
 คัดลอกจาก: http://gotoknow.org/blog/jureewan1001/74696








URL สำหรับแบ่งปัน
BBCode สำหรับแบ่งปัน
HTML สำหรับแบ่งปัน

blog comments powered by Disqus


 



speedtest