SPICYDOG’s Blog

MY LIFE – MY MOOD – MY VIEW – MY WAY

  • Home

สาเหตุที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนเป็นนักพุทธศาสตร์

Author: spicydog

หลังจากที่ไม่ได้เขียนบล็อคเป็นเวลานานมาก

เนื่องจากได้มีความคิดอะไรใหม่ๆมากมายเกิดขึ้น

เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

คือการเปลี่ยนจากนักวิทยาศาสตร์เป็นนักพุทธศาสตร์

บทความนี้คงจะเป็นบทความที่แตกต่างจากบทความเก่าๆโดยสินเชิง

รวมถึงไม่ใช่การระบายอารมณ์ออกทางตัวหนังสืออีกต่อไป

แต่เป็นการให้ความรู้แก่ผู้คนที่ต้องการพัฒนาตนเอง

Read the rest of this entry »

Tags: การดำรงชีวิต, ธรรมะ, มุมมอง
June 12th, 2010  |  Posted in ประสบการณ์  |  No Comments »

สับสนกับความรัก

Author: spicydog

พูดอย่างเดิมๆว่า

เรื่องนี้เป็นความคิดและมุมมองส่วนบุคคล

กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

มิฉะนั้นอาจจะทำให้ท่านเข้าใจโลกความจริงจนมากเกินไป

และอาจเกิดผลเสียต่อการดำรงชีวิตได้

จริงๆเรื่องมีให้เขียนหลายเรื่องมาก

แต่ไม่มีเวลาเข้ามาเขียน รวมกับอารมณ์ขี้เกียจเยอะเหลือเกิน

วันๆนั่งหน้าคอม เปิดเว็บไปได้ทั้งวัน

ส่วนตรงนี้ก็เลยไม่ได้มาเขียนสักเท่าไหร่

จริงๆที่มาเขียนตรงนี้ ก็เพื่อจะเก็บสถิติชีวิตของตัวเองเท่านั้นเอง

แต่วันนี้ก็ได้มาเขียนแล้ว ก็เริ่มเลยก็ละกัน

Read the rest of this entry »

September 12th, 2009  |  Posted in ประสบการณ์, เพ้อเจอ  |  No Comments »

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

Author: spicydog

หลังจากที่ได้ผ่านจุดหมุนของมุมมองอีกครั้ง

เมื่อได้เดินทางไปที่ออสเตรเลียอีกครึ่งหนึ่ง

ซึ่งเคยเกิดแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งแรกที่ไป

มุมมองถูกเปลี่ยน ชีวิตจึงเปลี่ยน

Read the rest of this entry »

Tags: ชีวิต, มุมมอง
July 16th, 2009  |  Posted in Uncategorized  |  1 Comment »

สิ่งที่ควรจะทำ จะได้รับเลือกให้ถูกทำ

Author: spicydog

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่

จากบุคคลขวางโลก เป็นบุคคลที่ไหลตามโลก

แต่ดำเนินอุดมการณ์ตัวเองทางเบื้องหลัง

ส่งผลให้การดำรงชีวิต ลักษณะความคิด

เปลี่ยนไปอย่างกลับด้านมือ

ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยมากขึ้น

ไม่ยึดติดอะไรมากนัก

สิ่งที่มันจะเป็น มันก็จะเป็นไปเอง

เพียงแค่ตั้งใจไว้เท่านั้นว่า เราจะไปเป็นแบบนั้น

แล้วทุกอย่าง ก็จะถูกจัดให้เป็นอย่างที่ตั้งใจ

ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องกระวนกระวาย

ทุกสิ่ง ถูกจัดให้ราวปาฏิหารย์

Read the rest of this entry »

Tags: ชีวิต
July 16th, 2009  |  Posted in Uncategorized  |  No Comments »

เขาคือผู้คอยดูแลชีวิตของผมมาตลอด ตั้งแต่จำความได้

Author: spicydog

บทความนี้คือบทความซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

แต่ก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง

แต่ก็ไม่ได้ทุกครั้ง จึงไม่สามารถตั้งเป็นทฤษฎีได้

ได้แค่เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเท่านั้น

เคยไหมที่คุณรอดจากเหตุการณ์แย่ๆที่เจอบ่อยๆในชีวิต

ด้วยอีกด้านหนึ่งของตัวเอง

ซึ่งหลังจากกระทำไปแล้ว จึงได้รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่ตัวเรา

อย่าไปโกรธเลยครับ แม้มันจะขัดความสุขในปัจจุบันก็ตาม

Read the rest of this entry »

Tags: ความเชื่อ, ธรรมะ, มุมมอง
February 23rd, 2009  |  Posted in ประสบการณ์, เพ้อเจอ  |  2 Comments »

ขอทานที่มีอันจะกิน

Author: spicydog

ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดขึ้นมาเอง

เป็นมุมมองของผมเองที่จะไม่ชอบกลุ่มบุคคล

และมันไม่เกี่ยวกับขอทานที่อยู่ข้างถนนใดๆทั้งสิ้น

เพราะพวกนี้มันคือ คนที่มีอันจะกิน แต่ืำทำตัวเป็นขอทาน

Read the rest of this entry »

Tags: ประสบการณ์
January 13th, 2009  |  Posted in ประสบการณ์  |  No Comments »

เพื่อน #2

Author: spicydog

เมื่อเวลาผ่าน

มุมมองเปลี่ยนแปลง

ผู้คนก็เปลี่ยนตาม

ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นได้เสมอ

จงรอเวลา อารมณ์ และโอกาส

เพื่อเขียนมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไปใน

เพื่อน #2 ผู้คนอยู่ด้วยกันได้เพราะมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน!

—————————————

9 วันผ่านไป ได้กลับมาเขียนต่อ เพราะมีอารมณ์จะเขียนละ

Read the rest of this entry »

Tags: ประสบการณ์, มหาลัย, เพื่อน
December 19th, 2008  |  Posted in เพ้อเจอ  |  No Comments »

การยอมแพ้ไม่ใช่หนทางในการสิ้นของปัญหาเสมอไป

Author: spicydog

ผมคิดว่าหลายๆคนคงจะมีหรือเคยมีความคิดอย่างผม

ความคิดนั้นก็คือ เมื่อเรามีเหตุทะเลาะกัน

การที่มีฝ่ายหนึ่งยอมแพ้นั้น จะเป็นทางออกที่ดีที่สุึด

วันนี้ผมได้รู้แล้วมัน ไม่เป็นความจริงเสมอไป

ที่บอกว่าไม่เป็นจริงเสมอไปนั้น ก็เพราะว่า

ในบางครั้ง มันก็อาจจะเป็นจริงก็ได้

การที่จะเลือกทางออกในการแก้ไขปัญหานั้น

เราจะต้องดูก่อนว่า เรากำลังมีปัญหาอยู่กับใคร

เขาเป็นคนประเภทไหน

สภาพสังคมที่เขาอยู่เป็นอย่างไร

อายุเขาเท่าไหร่ และอื่นๆ

เราควรจะทราบข้อมูลเหล่านี้ให้มากที่สุด

เพื่อใช้ในการพิจารณาว่า เราควรจะแก้ปัญหาไปในทางไหน

เรื่องมันมีอยู่ว่า Read the rest of this entry »

Tags: ประสบการณ์, แนวทางการดำเนินชีวิต
December 6th, 2008  |  Posted in ประสบการณ์  |  1 Comment »

เรื่องเพื่อน

Author: spicydog

กูรักษาศีล5

กูไม่ฆ่าสัตว์ถ้าไม่จำเป็น
กูไม่มีวันขโมยของคนอื่นนอกจากมันถูกเขาทิ้งแล้วจึงเอามาใช้
กูกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ทางเพศ
กูไม่พูดโกหกถ้าไม่ล้อเล่น แต่พูดคำหยาบและพูดเหน็บแนม
กูไม่ดื่มสุราเมลัยถ้าเพื่อนๆไม่แอบเอามาใส่ให้

คนรอบข้างที่สนิทกับกูคิดว่ากูแปลก เป็นคนที่หายาก
เพื่อนใหม่ๆหรือคนที่เพิ่งรู้จักมักจะคิดว่ากูเพี้ยน

กูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการทำอย่างนี้กูผิดตรงไหน
กูพูดอย่างที่คิด
กูแนะนำคนอื่นในสิ่งที่กูคิดว่าดี และกูด่าคนอื่นในสิ่งที่กูคิดว่าผิด

กูด่าเพื่อนเพราะ เพื่อนขี้เกียจเรียนหนังสือ แล้วมาพูดอย่ามาเหยียบกู
กูก็โดนคิดกลับในแง่ลบ

การด่าคนอื่นเพื่อให้เขาดีมันผิด?
หรือสิ่งที่กูยึดถืออยู่มันผิด? Read the rest of this entry »

Tags: มหาลัย, เพื่อน, เพ้อเจอ
October 5th, 2008  |  Posted in เพ้อเจอ  |  No Comments »

คิดเอง แล้วก็กัดกันเอง

Author: spicydog

นี่เป็นบทความไม่ไม่แนะนำให้อ่าน มิฉะนั้นแล้วอาจจะเกิดการเปลี่ยนความคิดของคุณไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง เช่น คนจะหาว่าผมบ้า หรือ คุณจะบ้าเพราะอ่านมัน
บทความนี้ เขียนออกมาจากความเฉื่อยแฉะของสมอง ไม่ได้มีการคิดและวิเคราะห์แต่อย่างไร เพียงแต่เขียนออกมาจากสิ่งที่เคยคิดไว้อยู่แล้วเท่านั้น

ทุกสิ่ง มีเกิด ย่อมมีดับ เป็นธรรมดา

ความรัก มีเกิด จึงมีดับ เป็นเรื่องธรรมดา

อยู่ที่ว่า ชีวิต จะดับก่อนความรัก หรือความรัก จะดับก่อนชีวิต

ผู้คนมากมาย ตามหาสิ่งที่ตนต้องการเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ มาได้มันมา ไม่นาน ก็อยากได้สิ่งอื่นต่อ ส่วนสิ่งเก่า ก็ถูกลืม

นี่เป็นเหตุที่ทำให้มนุษย์มีความต้องการอย่างไม่สิ้นสุด

ความต้องการจริงๆของมนุษย์จริงๆแล้ว คืออะไร

การดำรงเผ่าพันธ์?
การหวังให้ผู้อื่นได้ดี?
การสั่งสอนสิ่งดีๆต่อผู้อื่น?
การเป็นที่ยอมรับของสังคม?
การสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม?

ทั้งสิ้น ล้วนเป็นมโนภาพที่เราปรุงแต่งขึ้นมาเอง

จริงๆแล้วสิ่งต่างๆที่กล่าวมาล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น
แต่คำว่าดีในที่นี้ คือการที่ทำให้มวลมนุษย์มีการก้าวหน้าต่อไป

แล้วจริงๆแล้ว สิ่งที่เราต้องทำนั้น คืออะไรล่ะ

เรา ทุกคนไม่มีใครรู้ เราเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์เรียกว่าอะตอมและพลังงานที่มีอยู่ทั่วไปหมด จำนวนมากมายมหาศาลมาทำงานเป็นระบบที่ซับซ้อนจนเกิดมีเป็นปัจจุบันได้

จะ เชื่อนักวิทยาศาสตร์ดีไหมว่า สิ่งมีชีวิตเกิดจากฟ้าผ่าอะตอมบนโลกทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่าปฎิกิริยา เคมี จนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต และขยายพันธุ์และวิวัฒนาการต่อไป

หรือจะเชื่อพระเจ้าดีที่ว่า เราเกิดจากพระเจ้า พระเจ้าสร้างเรามา พระเจ้าสร้างทุกอย่าง

หรือจะเชื่อพระพุทธเจ้าดีที่ว่าเรากินดินบนสวรรค์ก็เลยลงมาเกิดเป็นอย่างปัจจุบัน

วิญญาณหรอ ทุกร่างต้องมีวิญญาณ จึงจะมีชีวิต
แล้วแบคทีเรีย ก็มีชีวิตไม่ใช่หรอ?
เซลล์ในร่างกายก็มีชีวิต
แบบนี้ วิญญาณมันไม่มากมายมหาศาลเลยหรอนี่
เกิดและตายนับไม่ถ้วนในวินาที ไอ้นี่ตาย มาเข้าไอ้นี่แทน คงปวดหัวน่าดู

การ มานั่งคิดอะไรที่มันรู้ๆว่า คิดไป มันก็ไม่ได้คำตอบ มันเป็นการค้นหาตัวเองแบบหนึ่ง ทำให้รู้ว่า ตัวเรานี้ มีมุมมองชีวิตอย่างไร มีมุมมองต่อคนอื่นอย่างไร มีมุมมองต่อโลกอย่างไร แล้วมันจะดีกว่าที่เราไปทำอย่างอื่นหรือเปล่า?

คำนิยามที่ดีที่สุดของคำว่า ดี ที่เคยได้ยินมาคือ
ดี คือ สิ่งที่ทำแล้วไม่เกิดผมเสียต่อผู้อื่นและตัวเอง
ฟังดูก็ทำยากอยู่ แต่เป็นไปได้หรอ ไม่เกิดผลเสีย
ถ้าคิดให้ลึกจะบ้า มันก็ไม่มีทางอยู่แล้ว แค่เราหายใจ เราก็ทำให้เชื้อโรคในร่างกายอยู่ไม่สงบสุขแล้ว
การกระทำทุกอย่าง ล้วนเป็นการเบียดเบียนสิ่งรอบข้าง

จริงๆ แล้ว สิ่งที่เราอยู่ๆนี้ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ มันก็แค่ระบบอะตอมที่มารวมตัวกันเป็นระบบจนสามารถควบคุมพลังงานได้ และทำให้ระบบของตนไม่ล่มสลายได้

ระบบของอะตอม ก็ยังมีตั้งแต่ระบบเล็กๆ จนถึงระบบอันยิ่งใหญ่ ถ้าพูดถึงทฤษฏี ก็คือทุกสิ่งล้วนต้องการความสมดุล เมื่อสิ่งต่างๆเสียสมดุล สิ่งเหล่านั้นย่อมมีปัญหา

แล้วทำไมเราต้องเจ็บ มันก็เป็นระบบการป้องกันไม่ให้ตัวเองตาย เมื่อสิ่งมีชีวิตรู้ว่า ทำแบบนี้แล้ว เจ็บ ทำแล้วตาย มันก็จะกลัว และไม่ทำ เพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตนั้นมีปัญหาที่เกิดจากความไม่สมดุล

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดมา ล้วนโมเมขึ้นมาทั้งสิ้น
ถ้าวันนึงมันเป็นที่ยอมรับขึ้นมาล่ะ เราว่ามันก็ยังไม่สมเหตุสมผลอยู่ดี มันก็เป็นแค่ความคิดที่เข้าไปสำรวจตัวเองก็เท่านั้น

ทฤษฏี ต่างๆ ความเชื่อต่างๆ จะอยู่ต่อไปได้ยาวนาน ก็จำเป็นต้องเผยแพร่ จำเป็นต้องมีวิธีบอกให้คนเชื่อ บอกให้คนศรัทธา ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีทางได้รับการยอมรับได้

พระพุทธเจ้า ถ้าท่านตรัสรู้แล้ว แต่ท่านไม่ออกเผยแพร่สิ่งที่ท่านได้รู้ ศาสนาพุทธก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแน่นอน หรือถ้าท่าน ออกเผยแพร่แล้ว คนไม่เกิดความศรัทธา ศาสนาพุทธ์ก็ไม่สามารถอยู่ถึงทุกวันนี้ได้แน่นอน

สิ่งหนึ่งสิ่ง ล้วนต้องเชื่อมโยงกับสิ่งหลายๆสิ่ง การจะเกิดสิ่งๆหนึ่ง ต้องประกอบด้วยการช่วยกันของสิ่งหลายๆสิ่ง และสิ่งต่างๆเหล่านั้น ก็จะสร้างสิ่งต่างๆต่อไป

สิ่งที่เรายึดถือ สิ่งที่เราอยู่อาศัย สิ่งที่เราใช้ในการดำรงชีวิต ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราเองทั้งนั้น สร้างมันขึ้นมายึดถือเอง

แม้แต่ภาษาที่เราคิด ที่เราใช้สื่อสาร ยังเป็นสิ่งที่เรานั้นสร้างขึ้นมาใช้กันเองเลย
ถ้าเราไม่มีภาษาไทยล่ะ ถ้าเราไม่มีภาษาที่เป็นสากลล่ะ เราจะสื้อสารกันรู้เรื่องไหม แล้วเราจะรู้สึกนึกคิดเป็นภาษาอะไร

สัตว์ ชนิดต่างๆ ล้วนมีภาษาที่มันพูดของมันเข้าใจของมัน สัตว์คนละชนิด ก็ต่างภาษากันไป บางครั้ง เราอาจจะมองว่า หมากับแมว คุยกันรู้เรื่อง จริงๆมันอาจจะแค่ดูท่าทางของฝ่ายตรงข้ามก็ได้ ทีเรากับหมา ยังคุยกันรู้เรื่องได้ด้วยภาษากายเลย แต่แมวกับแมวมันก็น่าจะมีภาษาของเผ่าพันธุ์มันเอง

แล้วถ้าเป็นแมวที่ อยุ่กันไกลๆล่ะ เช่นแมวไทย กับแมวจีน มันจะคุยภาษาเดียวกันไหม แต่จากที่สังเกต เห็นมันก็อยู่กันตามปรกติไม่มีปฎิกิริยาบ้าต่างชาติเหมือนอย่างมนุษย์เรา หรือจริงๆแล้ว มันอาจจะสื่อสารด้วยภาษากายกันอย่างเดียวล่ะ แล้วอย่างนี้ มันเดิน มันจะไปไหน ในสมอง มันจะคิดว่าอะไร เพราะทีเราจะไปตลาด เรายังต้องคิดเลยว่า เราจะไปตลาด

หลายๆคนเห็นว่า คนที่มาคิดเรื่องอะไรที่มันไม่มีคำตอบ เป็นมนุษย์ที่บ้าๆบอๆ คิดอะไรไม่เกิดประโยชน์ คิดไปก็เอาไปใช้งานไม่ได้ เราก็ไม่ว่าอะไรเขา ไม่แน่หรอกว่า สิ่งที่เขาบอกว่ามันมีประโยชน์ มันอาจจะเป็นเป้าหมายของเขาก็ได้
คนเรา มีเป้าหมายชีวิตไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องไปบอกว่า คนนั้นทำไม่ดี คนนี้ทำไม่ดี ต่างคน มันต่างความคิด แล้วแต่ความเชื่อของคน

ถ้า เราเข้าไปถึงความคิดจริงๆแล้ว เราก็คงจะตายไปแล้วในวินาทีนี้ บางคนอาจจะบอกว่าเราบ้าไปแล้ว แต่เราคิดว่า เราก็ไม่มีอะไรหรอก ก็ไม่เห็นจะผิดที่จะคิดแบบนี้ ไม่เชื่อลองคิดตามว่า ตัดนิ้วซะนิ้ว แล้วสับๆๆนิ้ว เราจะเก็บไอ้ตรงที่เราสับไหม ไม่เลย ไม่เจ็บแน่นอนอยู่แล้ว เพราะมันออกไปจากระบบร่างกายของเราแล้ว แล้วถ้าถูกตัดคอเรา เราก็จะเจ็บแค่ตรงคอ เพราะว่าคอเราขาด แต่ร่างกายด้านล่าง มันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก ใช่ไหมล่ะ เพราะส่วนที่รู้สึก มันคือสมอง

สำหรับ เวลานี้ มุมมองของเราสำหรับเป้าหมายชีวิต ในทางทั่วไป เราคิดว่าเราจะเรียนให้สุดความสามารถ รักครอบครัว รักพี่น้อง รักญาติๆ รักคนที่เรารัก และซื่อสัตย์กับทุกคน ถึงแม้เขาจะไม่ซื่อสัตย์กับเรา เราก็จะขอแค่บ่นให้สบายใจไปตามนิสัย จะไม่ไปโกรธแค้นอะไรเขา และดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนใน ทางไม่ทั่วไป คือทางที่เราอยากไปมากที่สุด แต่เราไม่รู้จะไปอย่างไร เพราะเราไม่รู้ว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆแล้ว มันคืออะไร ตัวเรา คืออะไร สิ่งที่เราคิด เราคิดเพื่ออะไร จะบอกว่าเราสับสนกับตัวเอง ก็คงไม่ผิดอะไร แต่นี่ เป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่า จริงๆแล้ว เราเกิดมาทำอะไรกันแน่

แต่ ที่แน่ๆก็คือ ไม่ว่าอย่างไร ทุกชีวิต ก็ต้องพยายามดำรงเผ่าพันธุ์ของตนเรื่อยไป เพื่อไม่ให้ระบบของตัวเองเสียสูญ เพื่อไม่ให้ระบบของตัวเองสูญหาย และประสานงานกับระบบต่างๆ ก็จะเป็นสิ่งที่เราเห็นๆอยู่ในปัจจุบัน

เรื่องพวกนี้ อย่าไปคิดมาก คิดไปคิดมา อาจจะฆ่าตัวตายได้โดยง่าย เอาว่า เราเชื่อ ของเรา แค่คนเดียว เรามีความสุข ที่เราเชื่อแบบนี้ ก็เพียงพอแล้ว

เอาว่า พยายามดำเนินชีวิตให้เหมือนกับเพื่อนมนุษย์จะดีกว่า ปล่อยให้มันเป็นไปอย่างที่มันจะเป็น ดีกว่าที่เราจะไปขัดสมดุลของมัน ทำให้หลายๆอย่างต้องกระเทือนตามไปหมด

August 18th, 2008  |  Posted in เพ้อเจอ  |  No Comments »

  • Categories

    • Uncategorized (2)
    • ประสบการณ์ (5)
    • เพ้อเจอ (5)
  •  

    July 2010
    S M T W T F S
    « Jun    
     123
    45678910
    11121314151617
    18192021222324
    25262728293031
  • Recent Posts

    • สาเหตุที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เปลี่ยนเป็นนักพุทธศาสตร์
    • สับสนกับความรัก
    • ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง
    • สิ่งที่ควรจะทำ จะได้รับเลือกให้ถูกทำ
    • เขาคือผู้คอยดูแลชีวิตของผมมาตลอด ตั้งแต่จำความได้
  • Meta

    • Register
    • Log in
    • Entries RSS
    • Comments RSS
    • WordPress.org

Copyright © 2010 - SPICYDOG’s Blog | Entries (RSS) | Comments (RSS)

WordPress theme designed by web design